
ข้อเสียและเหตุผลที่บอกว่าเหตุใด WordPress จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมในการสร้างเว็บไซต์
WordPress เป็นแพลตฟอร์มทางเลือกสำหรับนักออกแบบเว็บไซต์ที่ไม่ทราบวิธีการเขียนโค้ดเว็บไซต์โดยคุณสามารถสร้างเว็บไซต์ด้วยแค่การการเพียงแค่ลากและวางองค์ประกอบบนเทมเพลตที่มีอยู่แล้วเท่านั้น โดย WordPress มีเทมเพลต, วิดเจ็ตและแอปมากมายที่สามารถเพิ่มฟีเจอร์เด็ด ๆ ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้ เช่น การแสดงความคิดเห็น,ปฏิทิน,รีวิว ฯลฯ ซึ่งเทมเพลตและปลั๊กอินมากมายเหล่านี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆนอกจากนี้ WordPress ยังมีผู้ใช้มากมาย ดังนั้นหากคุณมีข้อสงสัยล่ะก็ คุณสามารถค้นหาคำตอบอย่างรวดเร็วได้โดย การค้นหาออนไลน์
ในบางครั้งความต้องการของลูกค้าก็ทำให้มองข้ามข้อเสียของ WordPress ซึ่งหากคุณคิดว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจ คุณควรมีความเข้าใจจุดอ่อนและข้อจำกัดของ WordPress ก่อนที่จะเริ่มใช้งานเว็บไซต์นี้
ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงข้อเสีย 7 ประการของการออกแบบเว็บไซต์ใน WordPress
WordPress มีช่องโหว่ให้แฮกเกอร์และมีปัญหาด้านความปลอดภัย
เนื่องจาก WordPress เป็น"โอเพ่นซอร์ส" และทุกคนสามารถสร้างธีมและปลั๊กอินของ WordPress ได้โดยไม่มีองค์กรใดมาตรวจสอบ ธีมและปลั๊กอินของ WordPress จึงอาจมีบั๊กและมัลแวร์ ซึ่งปลั๊กอินที่คุณเพิ่มเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณจะมีรหัสที่อนุญาตให้ผู้สร้างปลั๊กอินเข้าถึงแดชบอร์ดผู้ดูแลระบบของ WordPress ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถเข้าไปและเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ของคุณได้
WordPress นั้นมีชื่อเสียงในด้านความเสี่ยงต่อแฮกเกอร์ โดยแฮ็กเกอร์สามารถที่จะเจาะเข้าไปในเว็บไซต์ WordPress ของคุณและแอบเพิ่มการเข้ารหัสสแปมได้ และเมื่อใดที่เครื่องมือค้นหารวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ของคุณและพบการเข้ารหัสนั้น เว็บไซต์ของคุณอาจถูกขึ้นบัญชีดำและถูกบล็อกจากเครื่องมือค้นหาเนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่มีสแปมและถูกบล็อกจากโปรแกรมป้องกันไวรัสของผู้ใช้
มีข้อจำกัดในการออกแบบเว็บไซต์
เนื่องจาก WordPress ถูกสร้างขึ้นจากเทมเพลต WordPress ของคุณจึงถูกจำกัดการออกแบบให้เป็นไปตามเทมเพลตคุณเลือก ซึ่งการออกแบบเว็บไซต์ให้มีความน่าเชื่อถือ, มีความเป็นมืออาชีพ, และสร้างแรงจูงใจให้ผู้เข้าชมเพื่อเพิ่มยอดขายนั้นมีความยุ่งยากและซับซ้อนอีกทั้งมีข้อจำกัดในการตกแต่งเทมเพลต นอกจากนี้การปรับแต่งเทมเพลต WordPress นั้นมีราคาแพงและใช้เวลานานอีกด้วย
ต้องมีทักษะทางเทคนิคในการออกแบบ
แม้ว่า WordPress จะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย แต่ก็ต้องการความรู้ด้านเทคนิคเพื่อใช้ในการปรับแต่งเทมเพลต โดยคุณต้องมีความเข้าใจเรื่องโค้ดเพื่อใช้ในการปรับแต่งคอลัมน์ผู้ดูแลระบบ, อนุกรมวิธาน, ตัวกรอง, ประเภทโพสต์ ฯลฯ แต่ก็ยังมีระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์อื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ต้องใช้ความรู้ในการเขียนโค้ด หรือคุณสามารถจ้างนักพัฒนา WordPress หรือบริษัทที่ให้บริการ WP แบบกำหนดเองให้กับคุณก็ได้
เว็บไซต์ WordPress อาจใช้เวลาโหลดนาน
ข้อได้เปรียบที่สำคัญของการใช้ Word Press ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการออกแบบเว็บไซต์ก็คือความยืดหยุ่นและการให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมต่อการใช้ แต่คุณสมบัติเหล่านี้ก็มีค่าใช้จ่าย โดยยิ่งมีการเพิ่มปลั๊กอินให้กับเว็บไซต์มากเพียงใด ก็จะสามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณทำงานช้าลงและใช้เวลาโหลดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งบางครั้งปลั๊กอินเพียงอันเดียวก็สามารถทำให้เกิดปัญหานี้ได้ โดยหากเว็บไซต์ของคุณใช้เวลาในการโหลดนานเกินไปผู้เข้าชมอาจไปเข้าเว็บไซต์ของคู่แข่งของคุณแทน นอกจากนี้หนึ่งในอัลกอริทึมของ Google Search ได้ให้ความสำคัญกับความเร็วในการโหลดของเว็บไซต์อีกด้วย โดยเว็บไซต์และหน้าเว็บที่มีความเร็วในการโหลดนานกว่าจะไม่ได้รับการจัดอันดับเท่ากับเว็บไซต์ที่โหลดได้เร็วกว่า
เว็บไซต์ WordPress ของคุณอาจหยุดทำงาน
WordPress มักมีการอัปเดตอัตโนมัติ ซึ่งหากเทมเพลตหรือปลั๊กอินของเว็บไซต์ของคุณไม่รองรับการอัปเดตของ WordPress เวอร์ขันล่าสุด เว็บไซต์ของคุณอาจหยุดทำงานได้ ฉะนั้นผู้สร้างเทมเพลตหรือปลั๊กอินจะต้องหมั่นอัปเดตและตรวจสอบว่ามันสามารถทำงานร่วมกับ WordPress เวอร์ชันล่าสุดได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้สร้างเทมเพลตไม่ได้หมั่นอัปเดตอยู่ตลอดเวลาล่ะ? เว็บไซต์ของคุณอาจหยุดทำงานและนักออกแบบเว็บไซต์ของคุณก็ไม่สามารถแก้ไขเทมเพลตให้คุณได้เนื่องจากพวกเขาไม่ใช่ผู้สร้างเทมเพลตเหล่านั้นขึ้นมา
กินพลังงาน CPU มาก
ผู้ใช้ WordPress ส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงความจริงที่ว่าเว็บไซต์ต้องใช้พลังงาน CPU และหน่วยความจำจำนวนมากเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างราบรื่น โดย WordPress ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งคุณอาจจำเป็นต้องใช้ปลั๊กอินสำหรับแคชซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมของเว็บไซต์ และหากเว็บไซต์ของคุณมีการใช้ปลั๊กอินจำนวนมากร่วมกับธีมพรีเมี่ยม คุณจะต้องมีโฮสติ้ง WordPress ที่ดี
เว็บไซต์ WordPress ไม่เป็นมิตรกับเครื่องมือค้นหา
โดยทั่วไปแล้วเว็บไซต์ WordPress นั้นไม่ค่อยเป็นมิตรกับเครื่องมือค้นหาเหมือนกับเว็บไซต์ที่เขียนโค้ดขึ้นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามีปลั๊กอิน Wordpress SEO เช่น Yoast SEO ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณกับเครื่องมือค้นหาอย่าง Google, Yahoo และ Bing แต่ Yoast อนุญาตให้ปรับแต่งองค์ประกอบได้บางส่วนเท่านั้น คุณไม่สามารถปรับแต่งเว็บไซต์ SEO ของคุณด้วยปลั๊กอิน WordPress 100% นอกจากนี้ปลั๊กอิน SEO หลายอันก็ไม่สามารถปรับแต่งคุณสมบัติเหล่านี้ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้:
▪ ขาดการควบคุมโครงสร้างเว็บไซต์ของคุณ
▪ ไม่สามารถกำหนด URL ให้เป็นรูปแบบที่ยอมรับได้
▪ ความเร็วเว็บไซต์
▪ การมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
▪ โค้ดที่มากเกินไป
ความเข้าใจผิดอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือการมีเครื่องมือ SEO ติดตั้งในเว็บไซต์ของคุณเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณได้ คุณต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือด้วย ซึ่งการใช้กลยุทธ์ SEO นั้นมีความซับซ้อนมาก คุณต้องใช้เวลาศึกษาวิธีการทำงานของเครื่องมือค้นหาหลายปีและต้องใช้ประสบการณ์ในการสร้างแผน SEO ที่มีประสิทธิภาพเพื่อบรรลุเป้าหมายของคุณ
สรุป
การออกแบบเว็บไซต์เกี่ยวข้องกับการออกแบบและเลย์เอาต์ของเว็บไซต์ ไม่ใช่เพียงการใช้เทมเพลตของบุคคลอื่นที่ออกแบบไว้ล่วงหน้าเท่านั้น โดยการใช้งาน WordPress นั้นต้องมีการลากและวางองค์ประกอบที่มีอยู่แล้วซึ่งทำให้เว็บไซต์ประเภทนี้เทียบเท่ากับการเป็น "พ่อครัว" ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีหน้าที่ประกอบแซนด์วิชเข้าด้วยกัน นอกจากนี้นักออกแบบเว็บไซต์ WordPress ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์นั้นมีอยู่มากมาย เช่น สามารถใช้เทมเพลตที่มีอยู่และปรับแต่งให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายได้ แต่ถึงแม้จะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการใช้ WordPress แต่ปัญหาในการใช้เว็บไซต์นี้ก็ยังคงมีอยู่มากมาย
ที่มา:
https://www.worldwideriches.com/disadvantages-wordpress.shtml
https://www.tbrookswebdesign.com/blog-wordpress-disadvantages.html
https://tribulant.com/blog/wordpress/10-pitfalls-of-wordpress-website-design


